วิธีเชื่อมต่อชุมชนและถนนเข้าด้วยกันอย่างอัจฉริยะ

Smart City

ในปัจจุบันหลากหลายชุมชนทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะสรรสร้างให้สิ่งต่างๆอัจฉริยะมากขึ้นโดยใช้เซนเซอร์ กล้อง เเละอุปกรณ์ IOT อื่นๆ เพื่อที่จะดึงประสิทธิภาพนั้นๆออกมาให้ได้มากที่สุด ทั้งด้านระบบขนส่ง ความปลอดภัย สิ่งเเวดล้อม เเละสุขภาพ โดยถึงเเม้ว่าจะมีความตั้งใจที่ดี เเต่หลากหลายชุมชนก็ได้ปล่อยโครงการนำร่องออกมาโดยที่ไม่ได้ไตร่ตรองถึงผลในอนคต เเละความปลอดภัยหรือความเข้ากันได้ของบริการต่างๆให้ดีก่อน ด้วยเหตุนี้มันจึงทำให้อุปกรณ์ต่างๆเข้ากันไม่ได้ ทำให้การจัดการยุ่งยากมากยิ่งขึ้น ราคาเพิ่มสูงขึ้น เเละมีความเสี่ยงมากขึ้น

การที่จะทำให้อัจฉริยะได้ ชุมชนต่างๆจะต้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันโดยใช้มาตรฐานการเชื่อมต่อที่สร้างขึ้นร่วมกัน เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการในปัจจุบันและสามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์อื่นได้ ซึ่งในอนาคตก็ยังคงใช้งานร่วมกันอยู่ได้ทั้งด้านความต่อเนื่องเเละความปลอดภัย

ในการถ่ายทอดสดของ cisco เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว Cisco IoT ได้ประกาศถึงเเนวทางใหม่ที่จะใช้ IoT เข้ามาสนับสนุนเทศบาลเมืองเเละเจ้าหน้าที่สาธารณะให้สามารถเเก้ไขปัญหาที่ยากต่อการเเก้ไขได้ โดยในช่วงฤดูร้อนนี้โครงสร้างการเชื่อมต่อชุมชนที่เชื่อมต่อกับ Cisco Validated Design (CVD) ได้ให้บริการเครือข่าย muti-service ที่จะออกแบบและตรวจสอบความถูกต้องสำหรับเมืองชุมชนและถนน

และมันได้สะท้อนให้เห็นถึงความจริงที่ว่า “ไม่มีเทคโนโลยีใดสามารถตอบโจทย์สำหรับทุกความต้องการได้”

วิธีแก้ปัญหาของthe Cisco Connected Communities Infrastructure นั้นคือการนำเสนอสถาปัตยกรรมที่มีความยืดหยุ่นและแยกส่วนการทำงานที่ต่างกันออกจากกัน 

ซึ่งวิธีแก้ปัญหานี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้จัดการกับทั้งการประยุกต์ใช้งานที่หลากหลายหรือเฉพาะด้าน และเพื่อรวบรวมความสามารถใหม่ๆที่เกิดขึ้นด้วย

แม้ว่ามันจะสามารถใช้เป็นรากฐานสำหรับแพลตฟอร์ม Cisco Kinetic for Cities ซึ่งเป็นผู้นำตลาดของ Cisco แต่โครงสร้างพื้นฐานนี้สามารถรองรับแพลตฟอร์มและการประยุกต์ใช้สำหรับเมืองอัจฉริยะและการจัดการการขนส่งจากผู้ให้บริการรายอื่น 

ศูนย์บริการของCisco ยังสนับสนุนวิธีการแก้ปัญหาการเชื่อมต่อโครงสร้างพื้นฐานของชุมชนอย่างเต็มรูปแบบและจะสนับสนุนโครงการดังกล่าวซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อเสนอที่เกี่ยวข้องกับถนนของชุมชนต่อไป

The Connected Communities Infrastructure CVD ได้ให้คำแนะนำในการออกแบบและการใช้งานแบบทีละขั้นตอนสำหรับเครือข่ายหลายบริการที่สามารถรองรับรูปแบบการใช้งานที่หลากหลายรวมถึงการให้แสงสว่าง, การรักษาความปลอดภัยบนถนน, Urban Mobility, การจัดการของเสีย, ที่จอดรถ, สภาพแวดล้อมและแหล่งน้ำ

เครือข่ายเทคโนโลยีต่างๆที่รองรับการใช้งานเหล่านี้ผ่านการทดสอบและตรวจสอบโดยทีมวิศวกรของCisco ซึ่งพวกเขารับประกันว่าโครงสร้างพื้นฐานนี้จะเข้ามาช่วยสนับสนุนดังที่ตั้งใจไว้ได้แน่นอน

จุดแข็งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสองประการของโครงสร้างชุมชนที่เชื่อมต่อกันคือความสะดวกในการบริหารจัดการและความปลอดภัย 

ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ผ่านส่วนประกอบของสถาปัตยกรรมดังต่อไปนี้

1.Cisco’s Digital Network Architecture 

โครงสร้างชุมชนที่เชื่อมต่อกันนั้นมีพื้นฐานของสถาปัตยกรรมเครือข่ายดิจิตอลของCisco และใช้ระบบเครือข่ายIntent-Based เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาความปลอดภัยและเป็นแนวทางในการดำเนินงาน  นโยบายและความปลอดภัยที่สอดคล้องกันถูกออกแบบมาด้วยรูปแบบการจัดการแบบรวมศูนย์ที่เรียบง่ายโดยใช้Cisco DNA Center และCisco identity Services Engine พูดง่ายๆก็คือมีการจัดการอัตโนมัติที่ใช้งานง่ายเหมาะกับองค์กรสาธารณะที่มีภารกิจที่ท้าทายแต่งบประมาณและทรัพยากรบุคคลมีข้อจำกัด

2.Cisco Software-Defined Access 

วิธีแก้ปัญหาที่อัจฉริยะจะนำมาซึ่งข้อเสียในด้านต้นทุนและความซับซ้อนและยังมีเหตุผลมากมายที่เทศบาลหรือหน่วยงานสาธารณะอาจจะต้องใช้การกำหนดขอบเขตระหว่างโปรแกรมและการบริการบางอย่าง  โครงสร้างชุมชนที่เชื่อมต่อกันของ Cisco มีความยืดหยุ่นในการใช้งานโปรแกรมแยกกัน ในขณะที่ยังคงผสานรวมและสนับสนุนวิธีแก้ปัญหาที่หลากหลายบนพื้นฐานแบบครบวงจร 

การเข้าถึงที่ถูกกำหนดโดยซอฟต์แวร์ของ Cisco เปิดใช้งานโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายทางกายภาพแบบเดี่ยวที่สามารถแบ่งปันและแบ่งส่วนเป็นเครือข่ายเสมือนหลายเครือข่ายได้อย่างปลอดภัย ซึ่งเครือข่ายเสมือนเหล่านี้สามารถถูกเตรียมใช้งานบนพื้นฐานสำหรับแต่ละบริการหรือแต่ละแผนก และแต่ละชุดจะมีนโยบายคุณลักษณะการบริการและความต้องการด้านความปลอดภัยของตนเอง

สมัครจีคลับ